ประกาศ การสนับสนุนทุนการเขียนเอกสารวิชาการ

โดย
| |
อ่าน : 2,508

 

ประกาศทุนสนับสนุนการเขียนเอกสารวิชาการ
          ศวส.เป็นหน่วยงานวิชาการที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการจัดการปัญหาสุราในประเทศไทย จึงกำหนดเป้าหมายของการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ พ.ศ. 2553 ซึ่งมีเป้าหมายเชิงกลไกของนโยบาย 4 ประการคือ 1) ควบคุมและลดปริมาณการดื่มสุราในสังคม 2) ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และควบคุมความชุกของการดื่มสุรา 3) ลดความเสี่ยงของการดื่มสุราทั้งในมิติของปริมาณและรูปแบบการดื่มและพฤติกรรมหลังการดื่มสุรา และ 4) จำกัดและลดความรุนแรงของปัญหาจากการดื่มสุราโดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 5 ข้อหลักได้แก่ การควบคุมการเข้าถึงทางเศรษฐศาสตร์และทางกายภาพ (Price and Availability) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและแรงสนับสนุนในการดื่ม (Attitude) การลดอันตรายจากการบริโภค (Risk reduction) การจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ (Alcohol policy at every Settings) และการพัฒนากลไกการจัดการและสนับสนุนที่เข้มแข็ง (Support) 
          เพื่อให้ได้องค์ความรู้มาสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ฯ ศวส.จึงต้องการสนับสนุนการจัดทำบทความวิชาการเพื่อเป็นการประมวลองค์ความรู้ข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับนโยบายหรือมาตรการด้านต่างๆ ตามประเด็นต่อไปนี้
หมวดมาตรการ มาตรการย่อย
1. มาตรการด้านภาษีและราคา 
1.1 ระบบการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวมและภาษีบำรุงท้องที่
1.2 การกำหนดอัตราภาษีและราคาเฉพาะสำหรับเครื่องดื่มบางประเภทที่น่าสนใจสำหรับผู้ดื่มเยาวชน เช่น สุราพร้อมดื่ม นำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์
เหล้าปั่น
1.3 การควบคุมและการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตและใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
1.4 การกำหนดราคาขั้นต่ำของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
1.5 การควบคุมการผลิต จำหน่าย และบริโภคสุรานอกระบบภาษี
2. มาตรการจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพ
2.1 การควบคุมความหนาแน่นของจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
2.2 การควบคุมสถานที่ วันเวลา และวิธีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3. มาตรการควบคุมการตลาดและโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3.1 การห้ามโฆษณาอย่างสิ้นเชิง การควบคุมช่องทางและเนื้อหาการโฆษณา (รวมการโฆษณาแฝง การโฆษณาบนสื่อออนไลน์ การโฆษณาผ่านตัวบุคคล การจัดตั้งแสดงตัวสินค้า การทำโปรโมชั่นสินค้า การตลาดของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ชื่อหรือตราสัญลักษณ์ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสื่อสารการตลาดอื่นๆ ที่ประชาชนเข้าใจได้ว่าเป็นการโฆษณา)
3.2 การควบคุมการให้ทุนสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ (sponsorship) และกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์หรือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate social responsibility) ของอุตสาหกรรมสุรา
3.3 การผนวกคำเตือนในโฆษณาและฉลากบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
4. มาตรการให้ความรู้ ปรับทัศนคติและเพิ่มโอกาสในการไม่ดื่มสุรา
4.1 การให้ความรู้และปรับทัศนคติแก่เยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษา รวมถึงการจัดระบบและหลักสูตรสุขศึกษาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา
4.2 การให้ความรู้และปรับทัศนคติทางสื่อสาธารณะ หรือการรณรงค์สาธารณะ
4.3 การจัดกิจกรรมและเทศกาลปลอดเหล้าต่างๆ เช่น รับน้อง งานศพ ดนตรีกีฬา งานประเพณีต่างๆ เป็นต้น
5. มาตรการควบคุมการดื่มในเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสูง
5.1 การห้ามบริโภคบนรถโดยสาร รถไฟ เรือสาธารณะ (ที่ไม่ใช่การเหมาลำ หรือเรือที่จัดเป็นร้านอาหารสถานบันเทิง)
5.2 การห้ามบริโภคใน พื้นที่การแข่งขันกีฬา การแสดงดนตรี และงานวัฒนธรรม บริเวณทางเท้า ทางสาธารณะ ผิวจราจร รอบศาสนสถาน
บริเวณใกล้สถานศึกษาและหอพัก
6. มาตรการควบคุมการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา
6.1 มาตรการที่เกี่ยวข้องทุกด้าน เช่น การสุ่มตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ยานพาหนะ และการกำหนดเพดานระดับแอลกอฮอล์ในเลือด
ของผู้ขับขี่กลุ่มต่างๆ เช่น คนขับรถสาธารณะ เยาวชน ผู้ขับขี่หน้าใหม่ และผู้สูงอายุ เป็นต้น การส่งเสริมให้ใช้บริการรถสาธารณะ การกำหนดตัวผู้จะทำหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะก่อนเริ่มดื่ม การบังคับให้ผู้มีพฤติกรรมขับขี่ขณะมึนเมาเข้ารับการบำบัดรักษา และการใช้อุปกรณ์พิสูจน์ลมหายใจก่อนติดเครื่องยนต์ เป็นต้น
รูปแบบและเนื้อหาของบทความ
          บทความวิชาการในแต่ละมาตรการย่อยควรมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
          • คำจำกัดความหรือลักษณะรูปแบบของมาตรการย่อยแต่ละข้อกลไกและเป้าหมายเชิงนโยบายของการใช้มาตรการนั้นๆ
          • ความสำคัญของการมีมาตรการย่อยนั้น (ตอบคำถามว่า“ทำไมต้องมีมาตรการนั้น” เช่น“ทำไมต้องห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางตรงและทางอ้อม”)
          • ประสิทธิผลประสิทธิภาพและ/หรือความคุ้มค่าคุ้มทุนของมาตรการย่อยนั้น โดยได้จากการทบทวนผลงานวิจัยทั้งของไทยและต่างประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นผลงานที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปีปัจจุบัน (2559)
          • ข้อดีข้อเสียของมาตรการนั้น (ตอบคำถามว่าหากมีมาตรการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์อย่างไรต่อประเทศ สังคม ชุมชน ครอบครัว และ บุคคล หรือเกิดโทษอย่างไร และถ้าไม่มีมาตรการนั้นมีผลดีหรือผลเสียอะไรเกิดขึ้นบ้าง)
          • พัฒนาการของมาตรการนั้นในประเทศไทย เช่น เนื้อหาของพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง คำสั่งคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลง ฯลฯ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับมาตรการนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
          • ส่วนขาดของนโยบาย/มาตรการในประเทศไทยในปัจจุบัน เช่น อาจจะมีนโยบายหรือมาตรการนั้นๆ แล้วแต่ไม่มีการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม หรือ มีพรบ. ที่เกี่ยวข้องแต่ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดปัญหาในการตีความ เป็นต้น โดยอาจยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงส่วนขาดของมาตรการนั้นๆ ในประเทศไทย
          • ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอทางปฏิบัติการสำหรับประเทศไทย 
          บทความวิชาการแต่ละมาตรการย่อยต้องเป็น ภาษาไทยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 20 หน้า แต่ไม่เกิน 30 หน้ากระดาษ A4 (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง) พิมพ์ด้วย Thai Sarabun New Font 14, single space, margin 2 cm.ทุกด้านใช้ภาษาวิชาการที่อ่านง่ายกระชับตรงไปตรงมาสามารถใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษได้สำหรับ technical term บางคำที่หากใช้ศัพท์ภาษาไทยแล้วยิ่งทำให้เข้าใจยาก
          ศวส.จะส่งบทความวิชาการทุกเรื่องให้ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่านพิจารณา บทความที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงวุฒิและปรับปรุงตรวจทานโดยบรรณาธิการจะได้รับการจัดทำเป็นหนังสือชุดความรู้อันทันสมัยเรื่องมาตรการจัดการปัญหาสุราในประเทศไทยโดยจัดพิมพ์ทั้งฉบับกระดาษและฉบับอิเล็กโทรนิกเพื่อนำเสนอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยและเผยแพร่ต่อนักวิชาการผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจต่อไป
กำหนดการ
          ผู้สนใจเขียนบทความวิชาการดังกล่าวข้างต้นสามารถส่งจดหมายแสดงความจำนงพร้อมระบุประเด็นมาตรการย่อยที่ต้องการทำเอกสารวิชาการส่งมาที่ศวส. ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 และส่งต้นฉบับบทความวิชาการ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2560
          ทั้งนี้ ศวส. จะจัดทำหนังสือชุดความรู้ดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ ภายในเดือนมิถุนายน 2560
ค่าตอบแทน
          ผู้นิพนธ์บทความวิชาการแต่ละเรื่องที่ผ่านการพิจารณาและได้รับการตีพิมพ์รวมในเล่มหนังสือชุดความรู้นี้จะได้รับค่าตอบแทนการเขียนบทความเรื่องละ 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) (โดยจะจ่ายเมื่อบทความผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการแล้ว) และได้รับหนังสือชุดความรู้ฯ ฉบับกระดาษ 10 เล่ม
ผู้สนใจติดต่อและส่งจดหมายแสดงความจำนงพร้อมระบุประเด็นมาตรการย่อยและต้นฉบับบทความวิชาการ ได้ที่
          ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หลังอาคารคลังพัสดุ (ถนนสาธารณสุข 6) กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 
          คุณชะวะลีพร ภวภูตานนท์ฯ โทร. 085-357-7170 Email: center.cas05@gmail.com ผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์มบทความวิชาการ ได้ที่ http://www.cas.or.th
          จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
รศ.ดร.พญ. สาวิตรี อัษณางค์กรชัย
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา

ประกาศทุนสนับสนุนการเขียนเอกสารวิชาการ

 

          ศวส.เป็นหน่วยงานวิชาการที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการจัดการปัญหาสุราในประเทศไทย จึงกำหนดเป้าหมายของการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ระดับชาติ พ.ศ. 2553 ซึ่งมีเป้าหมายเชิงกลไกของนโยบาย 4 ประการคือ 1) ควบคุมและลดปริมาณการดื่มสุราในสังคม 2) ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และควบคุมความชุกของการดื่มสุรา 3) ลดความเสี่ยงของการดื่มสุราทั้งในมิติของปริมาณและรูปแบบการดื่มและพฤติกรรมหลังการดื่มสุรา และ 4) จำกัดและลดความรุนแรงของปัญหาจากการดื่มสุราโดยดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 5 ข้อหลักได้แก่ การควบคุมการเข้าถึงทางเศรษฐศาสตร์และทางกายภาพ (Price and Availability) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและแรงสนับสนุนในการดื่ม (Attitude) การลดอันตรายจากการบริโภค (Risk reduction) การจัดการปัญหาแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ (Alcohol policy at every Settings) และการพัฒนากลไกการจัดการและสนับสนุนที่เข้มแข็ง (Support) 

          เพื่อให้ได้องค์ความรู้มาสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์นโยบายแอลกอฮอล์ฯ ศวส.จึงต้องการสนับสนุนการจัดทำบทความวิชาการเพื่อเป็นการประมวลองค์ความรู้ข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับนโยบายหรือมาตรการด้านต่างๆ ตามประเด็นต่อไปนี้

หมวดมาตรการ มาตรการย่อย
1. มาตรการด้านภาษีและราคา

     1.1 ระบบการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวมและภาษีบำรุงท้องที่
     1.2 การกำหนดอัตราภาษีและราคาเฉพาะสำหรับเครื่องดื่มบางประเภทที่น่าสนใจสำหรับผู้ดื่มเยาวชน เช่น สุราพร้อมดื่ม นำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์ เหล้าปั่น
     1.3 การควบคุมและการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตและใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
     1.4 การกำหนดราคาขั้นต่ำของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
     1.5 การควบคุมการผลิต จำหน่าย และบริโภคสุรานอกระบบภาษี

2. มาตรการจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพ

     2.1 การควบคุมความหนาแน่นของจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
     2.2 การควบคุมสถานที่ วันเวลา และวิธีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

3. มาตรการควบคุมการตลาดและโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

     3.1 การห้ามโฆษณาอย่างสิ้นเชิง การควบคุมช่องทางและเนื้อหาการโฆษณา (รวมการโฆษณาแฝง การโฆษณาบนสื่อออนไลน์ การโฆษณาผ่านตัวบุคคล การจัดตั้งแสดงตัวสินค้า การทำโปรโมชั่นสินค้า การตลาดของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้ชื่อหรือตราสัญลักษณ์ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสื่อสารการตลาดอื่นๆ ที่ประชาชนเข้าใจได้ว่าเป็นการโฆษณา)
     3.2 การควบคุมการให้ทุนสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ (sponsorship) และกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์หรือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (corporate social responsibility) ของอุตสาหกรรมสุรา
     3.3 การผนวกคำเตือนในโฆษณาและฉลากบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4. มาตรการให้ความรู้ ปรับทัศนคติและเพิ่มโอกาสในการไม่ดื่มสุรา

     4.1 การให้ความรู้และปรับทัศนคติแก่เยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษา รวมถึงการจัดระบบและหลักสูตรสุขศึกษาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา
     4.2 การให้ความรู้และปรับทัศนคติทางสื่อสาธารณะ หรือการรณรงค์สาธารณะ
     4.3 การจัดกิจกรรมและเทศกาลปลอดเหล้าต่างๆ เช่น รับน้อง งานศพ ดนตรีกีฬา งานประเพณีต่างๆ เป็นต้น

5. มาตรการควบคุมการดื่มในเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสูง

     5.1 การห้ามบริโภคบนรถโดยสาร รถไฟ เรือสาธารณะ (ที่ไม่ใช่การเหมาลำ หรือเรือที่จัดเป็นร้านอาหารสถานบันเทิง)
     5.2 การห้ามบริโภคใน พื้นที่การแข่งขันกีฬา การแสดงดนตรี และงานวัฒนธรรม บริเวณทางเท้า ทางสาธารณะ ผิวจราจร รอบศาสนสถาน บริเวณใกล้สถานศึกษา และหอพัก

6. มาตรการควบคุมการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา      6.1 มาตรการที่เกี่ยวข้องทุกด้าน เช่น การสุ่มตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ยานพาหนะ และการกำหนดเพดานระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่กลุ่มต่างๆ เช่น คนขับรถสาธารณะ เยาวชน ผู้ขับขี่หน้าใหม่ และผู้สูงอายุ เป็นต้น การส่งเสริมให้ใช้บริการรถสาธารณะ การกำหนดตัวผู้จะทำหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะก่อนเริ่มดื่ม การบังคับให้ผู้มีพฤติกรรมขับขี่ขณะมึนเมาเข้ารับการบำบัดรักษา และการใช้อุปกรณ์พิสูจน์ลมหายใจก่อนติดเครื่องยนต์ เป็นต้น

รูปแบบและเนื้อหาของบทความ

          บทความวิชาการในแต่ละมาตรการย่อยควรมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

          • คำจำกัดความหรือลักษณะรูปแบบของมาตรการย่อยแต่ละข้อกลไกและเป้าหมายเชิงนโยบายของการใช้มาตรการนั้นๆ

          • ความสำคัญของการมีมาตรการย่อยนั้น (ตอบคำถามว่า“ทำไมต้องมีมาตรการนั้น” เช่น“ทำไมต้องห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางตรงและทางอ้อม”)

          • ประสิทธิผลประสิทธิภาพและ/หรือความคุ้มค่าคุ้มทุนของมาตรการย่อยนั้น โดยได้จากการทบทวนผลงานวิจัยทั้งของไทยและต่างประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นผลงานที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงปีปัจจุบัน (2559)

          • ข้อดีข้อเสียของมาตรการนั้น (ตอบคำถามว่าหากมีมาตรการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์อย่างไรต่อประเทศ สังคม ชุมชน ครอบครัว และ บุคคล หรือเกิดโทษอย่างไร และถ้าไม่มีมาตรการนั้นมีผลดีหรือผลเสียอะไรเกิดขึ้นบ้าง)

          • พัฒนาการของมาตรการนั้นในประเทศไทย เช่น เนื้อหาของพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง คำสั่งคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลง ฯลฯ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับมาตรการนั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

          • ส่วนขาดของนโยบาย/มาตรการในประเทศไทยในปัจจุบัน เช่น อาจจะมีนโยบายหรือมาตรการนั้นๆ แล้วแต่ไม่มีการบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม หรือ มีพรบ. ที่เกี่ยวข้องแต่ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดปัญหาในการตีความ เป็นต้น โดยอาจยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงส่วนขาดของมาตรการนั้นๆ ในประเทศไทย

          • ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอทางปฏิบัติการสำหรับประเทศไทย 

          บทความวิชาการแต่ละมาตรการย่อยต้องเป็น ภาษาไทยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 20 หน้า แต่ไม่เกิน 30 หน้ากระดาษ A4 (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง) พิมพ์ด้วย Thai Sarabun New Font 14, single space, margin 2 cm. ทุกด้านใช้ภาษาวิชาการที่อ่านง่ายกระชับตรงไปตรงมาสามารถใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษได้สำหรับ technical term บางคำที่หากใช้ศัพท์ภาษาไทยแล้วยิ่งทำให้เข้าใจยาก

          ศวส.จะส่งบทความวิชาการทุกเรื่องให้ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่านพิจารณา บทความที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงวุฒิและปรับปรุงตรวจทานโดยบรรณาธิการจะได้รับการจัดทำเป็นหนังสือชุดความรู้อันทันสมัยเรื่องมาตรการจัดการปัญหาสุราในประเทศไทยโดยจัดพิมพ์ทั้งฉบับกระดาษและฉบับอิเล็กโทรนิกเพื่อนำเสนอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยและเผยแพร่ต่อนักวิชาการผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจต่อไป

กำหนดการ

          ผู้สนใจเขียนบทความวิชาการดังกล่าวข้างต้นสามารถส่งจดหมายแสดงความจำนงพร้อมระบุประเด็นมาตรการย่อยที่ต้องการทำเอกสารวิชาการส่งมาที่ ศวส. ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2559 และส่งต้นฉบับบทความวิชาการ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2560

          ทั้งนี้ ศวส. จะจัดทำหนังสือชุดความรู้ดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ ภายในเดือนมิถุนายน 2560

ค่าตอบแทน

          ผู้นิพนธ์บทความวิชาการแต่ละเรื่องที่ผ่านการพิจารณาและได้รับการตีพิมพ์รวมในเล่มหนังสือชุดความรู้นี้จะได้รับค่าตอบแทนการเขียนบทความเรื่องละ 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) (โดยจะจ่ายเมื่อบทความผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการแล้ว) และได้รับหนังสือชุดความรู้ฯ ฉบับกระดาษ 10 เล่ม

ผู้สนใจติดต่อและส่งจดหมายแสดงความจำนงพร้อมระบุประเด็นมาตรการย่อยและต้นฉบับบทความวิชาการ ได้ที่

          ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หลังอาคารคลังพัสดุ (ถนนสาธารณสุข 6) กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 

          คุณชะวะลีพร ภวภูตานนท์ฯ โทร. 085-357-7170 Email: center.cas05@gmail.com ผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์มบทความวิชาการ ได้ที่ http://www.cas.or.th

          จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

 

ประกาศ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

 

 

     รศ.ดร.พญ. สาวิตรี อัษณางค์กรชัย

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา

 

  • eproposal เสนอโครงการ -

 ประกาศราคากลาง + ดูเพิ่มเติม

 ประกาศจัดซื้อ - จัดจ้าง + ดูเพิ่มเติม

 ผลการจัดซื้อ - จัดจ้าง + ดูเพิ่มเติม